ซีไรต์ใครว่าซีเรียส ‘ลี้-จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท’

Home / Editor talk / ซีไรต์ใครว่าซีเรียส ‘ลี้-จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท’
จิดานันท์ ซีไรต์ นักเขียนรางวัล วรรณกรรมไทย สิงโตนอกคอก

ว่ากันว่า ‘รางวัล’ มักมาพร้อมความกดดันเสมอ แต่ถ้ามันคือสิ่งที่ฝันก็ไม่มีอะไรต้องกลัว


          ความฝันเล็กๆ ของนักเขียน นอกจากมีผลงานหนังสือที่ได้ตีพิมพ์เป็นของตัวเอง อีกสิ่งหนึ่งที่เชื่อว่านักเขียนหลายคนคงปรารถนาอยู่ในใจลึกๆ นั่นก็คือ การได้รับรางวัลใดรางวัลหนึ่งในวงการหนังสือ และสิ่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความฝันของ ลี้-จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท นักเขียนซีไรต์คนล่าสุด เจ้าของผลงาน ‘สิงโตนอกคอก’ ที่เธอทุ่มเททำตามความฝันของตัวเองจนสำเร็จได้ในที่สุด นับตั้งแต่วันที่ประกาศผลรางวัลซีไรต์ เธอก็ไม่ใช่นักเขียนธรรมดาทั่วไปอีกต่อไปแล้ว

          การที่นักเขียนอายุน้อย แถมยังเป็นผู้หญิงที่ได้รับรางวัลยิ่งใหญ่ระดับประเทศเช่นนี้ คงสร้างกระแสวิจารณ์เรื่องความเหมาะสมได้ไม่น้อย ทั้งเรื่องที่เธอสามารถเอาชนะผลงานของนักเขียนรุ่นเก๋าได้อย่างไร หรือผลงานของเธอสะท้อนมุมมองสังคมได้มากพอแล้วหรือ นั่นเป็นเพียงกระแสสังคมส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่มันจะมากพอจนทำลายความมั่นใจ และความรักในงานเขียนของเธอได้หรือไม่ คงต้องมาหาคำตอบจากตัวของเธอเอง…

ชีวิตหลังจากมีคำว่า ผู้ชนะรางวัลซีไรต์’ ติดตัวมาด้วย

          ช่วงแรกก็ค่อนข้างกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้ผ่านมาประมาณ 2-3 เดือนแล้ว ความกังวลก็ลดน้อยถอยลงไป เพราะว่ามันไม่เกิดอะไรขึ้น (หัวเราะ) ส่วนใหญ่ก็เหมือนเดิม มีคนมาแสดงความยินดีเยอะ มีโอกาสได้เดินทางไปพบปะกับสื่อมากขึ้น มีงานที่ไม่ใช่งานเขียนเยอะขึ้นคือการไปบรรยายตามสถานที่ต่างๆ ความรู้สึกก็ยังคล้ายเดิมอยู่ค่ะ

กระแสวิจารณ์เรื่องนักเขียนรางวัลอายุน้อยและเป็นเพศหญิง รู้สึกอย่างไร

          เราอาจมองว่ามันเป็นคำชมมากกว่า เค้าก็ไม่ได้บอกว่าเราอายุน้อยเกินไปที่จะได้ หรือไม่ได้บอกว่าผู้หญิงไม่ควรจะได้ แต่เค้ามองว่าในประเทศไทยนั้น ผู้หญิงหรือคนอายุน้อยมีพื้นที่ที่จะได้รับรางวัลน้อยกว่า แล้วเราสามารถต่อสู้จนมาถึงจุดนี้ได้ เราจะมองมันในฐานะคำชม มันไม่เชิงเป็นความท้อถอย ความรู้สึกเชิงลบที่มีคือความกังวลมากกว่า กังวลว่าสังคมจะถาโถมเข้าใส่เราอย่างรุนแรงหรือเปล่า แต่หลังจากผ่านมาในช่วงเวลาประมาณนึง มันไม่ได้มีอะไรแรงเกินกว่าจะรับไม่ได้ ก็เลยรู้สึกโอเคค่ะ

หลายคนมองว่าอาชีพนักเขียนไม่มั่นคง

          มันเป็นงานที่เราทำได้ดี มันเป็นงานที่เราทำแล้วชอบ ถ้าเราทำแล้วมันไม่ได้มีการตีพิมพ์เลยก็อาจจะเลิกทำ แต่อันนี้มันก็มีโอกาสที่จะขยับผ่านผู้อ่านมาตลอด มีโอกาสได้ตีพิมพ์ มีโอกาสได้รับรางวัล เราก็มองว่าในเมื่อเราชอบและทำได้ดี มันก็ควรจะเป็นสิ่งที่เราเลือกเป็นอาชีพ

จุดเริ่มต้นการเป็นนักเขียน ทั้งนิยาย Y และงานวรรณกรรม

          เริ่มเขียนนิยายตั้งแต่อายุ 12 เลยค่ะ ช่วงนั้นก็จะเขียนงานที่เด็กไทยเขียนกันก็คือแนวแฟนตาซี เนื่องจากว่ามันฮิตมากเราก็เลยเขียนเหมือนกัน พอโตขึ้นมาเราก็ชอบอ่านหนังสือการ์ตูน เราก็จะมีสังคมวัฒนธรรม Y อยู่ในนั้นด้วย อยู่ในสังคมของคนที่ชอบอ่านการ์ตูน เราก็ซึมซับกระแสจากตรงนั้นมา และฝึกเขียนนิยาย Y ไปพร้อมๆ กับฝึกเขียนวรรณกรรม เพราะช่วงที่เราเขียนไม่ค่อยมีสำนักพิมพ์ไหนเอาไปตีพิมพ์ พอเราลองส่งงานประกวดเค้าก็รับนะ ทำให้เราเริ่มเขียนงานส่งประกวดมาเรื่อยๆ ถือว่าฝึกฝนมาพร้อมๆ กัน

เหตุผลที่ ‘สิงโตนอกคอก’ เป็นงานเขียนแนวดิสโทเปียทั้งหมด

          จริงๆ แล้วเราไม่ได้ตั้งใจจะเลือกงานเขียนแนวนี้ แต่เค้าให้เราหารวมเรื่องสั้นมาทั้งหมด 8-9 เรื่องมาส่ง ซึ่งเราก็ไปคัดงานเก่าๆ ของเรามา พอเราคัดมาแล้ว งานที่มันดีก็มีแต่แนวดิสโทเปียทั้งหมด คือตัวเราไม่ได้เลือกที่จะเขียนงานแนวนี้ แต่ว่าเราสามารถเขียนงานแนวนี้ได้ดีมากกว่าค่ะ

ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอะไร

          ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงที่เราเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ซึ่งช่วงนั้นจะเรียนปรัชญาหลายตัว ก็จะมีปรัชญาจริยศาสตร์ ปรัชญารัฐศาสตร์ ปรัชญาศาสนา แรงบันดาลใจมันจะมาจากบทเรียนในห้องเรียนส่วนใหญ่ เป็นความรู้สึกแรกที่ทำให้เราสามารถสร้างเรื่องราวต่างๆ ที่สนใจได้ค่ะ

มีงานเขียนประเภทอื่น ที่อยากลองเขียนบ้างไหม

          ความจริงยังไม่มีความคิดที่จะเปิดรับงานแนวใหม่อย่างเป็นทางการ เพราะว่ายังมีงานแนวเก่าๆ แต่เป็นพล็อตแบบอื่นที่เรายังไม่เคยเขียน เราก็ยังอยากลองเขียนอยู่ ถ้าเป็นแนวใหม่จริงๆ อยากลองเขียนแนวหญิงรักหญิงบ้างเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้เขียน

ถ้าผลงานเรื่องต่อไป ไม่ประสบความสำเร็จเท่าผลงานที่ผ่านมา

          ถ้าประสบความสำเร็จคือการได้รางวัล มันก็ค่อนข้างยากที่งานต่อไปจะได้รางวัลในระดับเดียวกับซีไรต์อีก เราก็จะไม่ได้คาดหวังว่ามันจะต้องได้ หรือถ้าประสบความสำเร็จในแง่ยอดขาย หนังสือที่ได้ซีไรต์มันมีโอกาสขายได้เยอะอยู่แล้วในจุดนึง เราจึงไม่ได้คาดหวังกับงานเขียนทุกเล่มว่าจะต้องขายดีทุกเล่ม มันก็มีปัจจัยของมัน ทั้งแนวเรื่องที่อาจจะมีกลุ่มคนอ่านแบบนึง หรือกำลังความสามารถของสำนักพิมพ์ที่จะพาเราไป เราจะไม่คาดหวังสูงว่าผลงานทุกเล่มจะต้องได้ซีไรต์ มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เราจะมีความคาดหวังเท่าที่ปัจจัยทั้งหมดของเล่มนั้นจะเป็นไปได้ ถ้าแนวเรื่องมีกลุ่มคนอ่านน้อย เราก็จะไม่คาดหวังถึงขนาดต้องขายได้ 3 หมื่นเล่ม คาดหวังอยากมีเหตุมีผลดีกว่าค่ะ (หัวเราะ)

อนาคตหลังจากนี้ มองภาพไว้อย่างไร

          ไม่ได้มองอนาคตของตัวเองไว้ไกลมากเลยค่ะ แต่ในช่วง 2-3 ปีต่อจากนี้ก็คงจะเขียนงานวรรณกรรม แล้วก็เขียนนิยายอย่างต่อเนื่องค่ะ

วัฒนธรรมการอ่านที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ส่งผลกระทบต่อผู้อ่านมากน้อยแค่ไหน

          เอาจริงๆ แล้วเราไม่ได้อ่านหนังสือกันน้อยลง คนที่ซื้อหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติยังเยอะอยู่ คนที่อ่านหนังสือ ชอบสะสมหนังสือยังเยอะอยู่ แล้วคนที่อ่านแต่ไม่ใช่ในหนังสือ พวกเค้าก็หันไปอ่านเนื้อหาในอินเทอร์เน็ตเยอะขึ้นและเพิ่มมากขึ้นด้วย มันอาจจะแค่เปลี่ยนที่ไป เราอาจจะได้อ่านนิตยสารกันน้อยลง มันเปลี่ยนแปลงแต่ไม่ได้ลดลง เพราะฉะนั้นมันเป็นหน้าที่ของสื่อว่าจะเข้าหากลุ่มผู้อ่านอย่างไร บางคนบอกง่ายๆ ก็แค่เปลี่ยนมาอ่านแบบออนไลน์เลย แต่มาถึงก็ตาย เพราะตลาดออนไลน์ไม่ได้มาโดยไม่มีการศึกษา เราต้องศึกษาลักษณะของตลาดก่อนประมาณนึง การปรับเข้ามาอาจจะต้องทำการบ้านพอสมควร ถึงจะได้ใจคนอ่านในยุคนี้

‘รูปเล่ม’ กับ ‘ออนไลน์’ ให้ความรู้สึกต่างกันอย่างไร

          ถ้าเป็นหนังสือนิยาย ถ้าอ่านตัวเล่มจะปวดตาน้อยกว่าสำหรับเรานะ บางคนก็อ่านในคินเดิล หรืออะไรก็ตามที่มีเทคโนโลยีที่อ่านแล้วมันไม่สะท้อนแสง เราอาจจะโบราณมั้ง เพราะเราก็ไม่ค่อยชิน เสน่ห์ของหนังสือมันก็จะอยู่ตรงที่มันทำให้เรารู้สึกสบายตามากกว่า แต่เสน่ห์ของการอ่านในหน้าจอโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ มันก็จะเป็นอีกแนวนึง เช่น หนังสือที่ใส่เสียงประกอบได้ มีรูปภาพสี โดยไม่กระทบต้นทุนการพิมพ์

อยากบอกอะไรถึงคนที่มองเราเป็นแบบอย่าง

          รู้สึกดีใจที่ได้เป็นแรงบันดาลใจให้ใครสักคน แต่เราก็ยังคิดเหมือนกันว่า มันก็ยังมีนักเขียนอยู่อีกมากในวงการวรรณกรรม ที่มีความเชี่ยวชาญมากไปกว่า ‘จิดานันท์’ ก็หวังว่าเราจะเป็นประตูทางแรกที่จะพาทุกคนเข้ามาในวงการวรรณกรรม และถ้าต่อจากนี้ คุณได้รู้จักคนอื่นที่คุณชื่นชอบมากกว่านี้ โดยผ่านการเริ่มต้นมาจากเรา เราก็ดีใจ (ยิ้ม)

ผลงานที่ผ่านมา

ปี 2560

  • สิงโตนอกคอก ได้รับรางวัลซีไรต์ / แพรวสำนักพิมพ์
  • วันหนึ่งความทรงจำจะทำให้คุณแตกสลาย / สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม
  • ชายใดเล่าจะแซบเท่าแฟนเก่าแม่ / สำนักพิมพ์ everY

ปี 2558

  • จะขอรับผิดทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว ได้รับรางวัลนายอินทร์อะวอร์ด / แพรวสำนักพิมพ์

สามารถสั่งซื้อหนังสือ ‘สิงโตนอกคอก’ ได้ที่

store.mbookstore