แบ็คแพ็คเที่ยวพม่า ตามประสาคนอกหัก

Home / Editor talk / แบ็คแพ็คเที่ยวพม่า ตามประสาคนอกหัก
ท่องเที่ยว พม่า พม่าพักรัก รตี

ทริปของคนอกหักอย่างฉัน เมื่อเขาคนที่ฉันตั้งใจจะมาเที่ยวพม่าด้วยกัน แต่ดันเลิกกันไปเสียก่อน จึงกลายเป็นฉันคนเดียวที่ต้องแบกเป้เดินทางเพียงลำพังในประเทศที่สวยงามแห่งนี้ นั่นจึงกลายเป็นที่มาของหนังสือ “พม่าพักรัก” ความเรียงเคียงภาพถ่ายของฉันที่จะพาทุกคนไปเยือนพม่าผ่าน 5 เมืองใหญ่ ตามรอยประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตผู้คน และความงดงามของธรรมชาติ ที่แม้จะเปลี่ยนผ่านด้วยกาลเวลาและการปกครอง แต่ก็ยังมีบางสิ่งที่ยังเหมือนเดิม สิ่งที่มีคุณค่า เหมือนกับบางสิ่งในตัวเขาที่ฉันยังลืมไม่ลงเสียที

“รตี”

 

เป็นภารกิจแรกๆ ในการพักรักของฉันที่พม่า กับการตระเวนชมเจดีย์ที่พุกาม เมืองที่น่าจะมีเจดีย์มากที่สุดเมืองหนึ่งในโลก แดดร้อนๆ ได้เปลี่ยนน้ำตาของฉันให้กลายเป็นเหงื่อ แต่ก็คุ้มค่าและทำให้ลืมเขาได้ชั่วขณะกับกิจกรรมตะลุยทะเลเจดีย์ จบท้ายวันด้วยการนั่งชิลดูพระอาทิตย์ตก ภาพตรงหน้าสวยจับใจทีเดียว

 

เดินช้าๆ ชมวิถีชีวิตในอดีตของชุมชนในตลาดยองอู ที่เมืองพุกาม ตลาดที่มีขายแทบทุกอย่าง ใครอยากซื้อของฝากไม่ควรพลาด นั่งดูแม่บ้านจ่ายตลาดหาบของกลับบ้านก็เพลินตาเหมือนกัน นี่ถ้าเขามาด้วยก็คงจะดี… อ๊ะ เผลอคิดถึงเขาอีกแล้ว ไม่เอาๆ

 

ฉันพบชายชราเคราสีส้มกับร่มสีดำคนนี้ในรัฐฉานที่เมืองกะลอว์ ลุงดูมีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนมากๆ ประชากรที่นี่มีทั้งคนเนปาล อินเดีย ฮินดู ซิกข์ และมุสลิม ที่เข้ามาอาศัยตั้งแต่สมัยสร้างทางรถไฟและถนนในยุคอาณานิคม จึงพบเห็นศาสนสถานอยู่หลายรูปแบบ อ้อ และคนที่นี่ยังชอบแทะเมล็ดทานตะวันกันอีกด้วย

 

คุณลุงคนขับรถของฉันที่เป็นมากกว่าคนขับรถ ความใจดีของเขาทำให้ฉันหลงรักกะลอว์ เมืองเล็กๆ ที่คนมองผ่าน ในภาพคือจุดชมวิวที่เรามาถึงกันตอนเย็นแล้ว บรรยากาศหลังพระอาทิตย์ตกใหม่ๆ นี่มันชวนให้เสียน้ำตาอย่างถึงที่สุด T T

 

ใจกลางทุ่งแห่งหนึ่งที่กะลอว์ ลมเย็นและความโล่งกว้างทำให้ฉันรู้สึกเป็นอิสระ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีต้นไม้รูปหัวใจยืนอยู่กลางทุ่งนี้จริงๆ ต้นไม้ต้นนี้ขนาดปานกลางไม่สูงมาก มีใบสีเขียวเล็กๆ เกาะกันเป็นพุ่มรูปหัวใจ ยืนนิ่งอยู่ต้นเดียวกลางทุ่ง มันเป็นการค้นพบสิ่งที่ไม่ได้ตามหาโดยบังเอิญ ต้นไม้รูปหัวใจนี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดอย่างหนึ่งของวันเลยทีเดียว

 

สถานีรถไฟที่พินอูลวินมีขนาดใหญ่กว่าสถานีรถไฟแห่งอื่น และมีตลาดกับร้านน้ำชามากมายตลอดสองข้างทางรถไฟ ฉันเดินสวนกับแม่ค้าที่ถือกระบุงใส่ผลไม้เทินบนหัว ผลไม้ดูบางตาลงไปมาก ท่าจะขายดีสินะวันนี้ บรรยากาศที่นี่คล้าย บขส. ตามต่างจังหวัด ที่มีผู้คนขายของกินกันมากมาย แต่สิ่งที่น่าจะแตกต่างคือสถานีรถไฟพินอูลวินนี้อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 3,506 ฟุต! ยิ่งสูงยิ่งหนาว ยิ่งหนาวยิ่งคิดถึงใครบางคน…

 

ช็อตนี้ทำเอาฉันเกือบจะกลั้นใจตายลงตรงหน้า ช่างไม่เห็นใจคนอกหักเลยจริงๆ สถานที่เกิดเหตุคือ “เมืองดอกไม้” เป็นฉายาที่คนพม่าตั้งให้กับพินอูลวิน เพราะนอกจากจะปลูกดอกไม้ส่งขายทั่วพม่าอย่างดอกเบญจมาศแอสเตอร์และแกลดิโอลัส ที่นี่ยังเป็นสถานที่ตั้งของสวนพฤกษศาสตร์กันดอว์จี (National Kandawgyi Botanical Gardens) อีกด้วย ฉันขอตั้งฉายาให้คนคู่นี้ว่าเป็น “คู่รักเมืองดอกไม้” เลยก็แล้วกัน สวีทกันดีนัก ชิ!

 

ประเทศที่ข่าวคราวยังต้องค้นหาที่หน้าหนังสือพิมพ์ และคนขายหนังสือพิมพ์ก็ชอบอยู่ในภาพถ่ายของคนแปลกหน้า ลุงคนนี้ฉันพบที่ย่างกุ้ง เมืองที่ฉันใช้เวลาไม่นานก็เริ่มจะคุ้นชิน แม้จะมีความวุ่นวายของผู้คนอยู่มากพอสมควร แต่พอจับจังหวะของเมืองนี้ได้ สายตาก็จะพาเราให้ได้พบเห็นอะไรดีๆ ที่น่าสนใจได้อีกเยอะแยะเลย

 

บางทีฉันก็คิดว่านี่เราอยู่ที่พม่าหรือที่ไหนกันแน่ ตึกเก่าแก่ที่เป็นงานสถาปัตยกรรมโคโลเนียลสไตล์ มีมากมายจริงๆ ในย่างกุ้ง ผลพวงจากวัฒนธรรมอังกฤษสมัยที่ประเทศพม่ายังถูกชาวผู้ดีปกครอง และภาพของชายที่นุ่งโสร่งขี่จักรยานผ่านหน้าไปมันช่างดูขัดแย้งและลงตัวในเวลาเดียวกัน ภาพนี้เองที่ทำให้ฉันตกหลุมรักย่างกุ้งเข้าอย่างจัง จนกลายมาเป็นภาพปกของหนังสือเล่มนี้ในที่สุด

 

เจดีย์ชเวดากองคือศูนย์กลางของทุกสิ่งในพม่า เป็นทั้งตัวแทนศาสนาและสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คน ไปจนถึงกลายเป็นพื้นที่ประชันความงามของสาวๆ ที่มาไหว้พระ ใครมั่นใจว่าสวยก็ต้องมาอวดโฉมกันที่นี่ ไม่ต่างจากประเพณีทำบุญที่วัดในบ้านเราเลย และยามเย็นของเจดีย์ชเวดากองนั้นช่างสงบและงดงามจริงๆ… ฉันคิดว่าเหมือนจะลืมเขาได้บ้างแล้วก็ตอนอยู่ที่นี่แหละ

 

ติดตามอ่านเรื่องราวทั้งหมดของ “รตี” หญิงสาวที่ไปหลบรักพักใจไกลถึงพม่า

ได้แล้ววันนี้ตามร้านหนังสือทั่วไป หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ store.mbookstore.com