“นิ้วกลม” เพราะความ “คัน” ทำให้เกิดความสร้างสรรค์ในงานเขียน

Home / Editor talk / “นิ้วกลม” เพราะความ “คัน” ทำให้เกิดความสร้างสรรค์ในงานเขียน
นิ้วกลม

“นิ้วกลม” เพราะความ “คัน” ทำให้เกิดความสร้างสรรค์ในงานเขียน

 

 

แรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือแต่ละเล่มมาจากไหน

นิ้วกลม – มันคล้ายๆ กับเวลาที่เราไปเจออะไรดีๆ แล้วอยากถ่ายทอด สมมุติเมื่อเราไปดูหนังที่มันดูสนุกมากเราก็อยากเอามาเล่าให้เพื่อนฟัง เวลาที่เราไปเที่ยวในที่ที่สวยมากก็อยากเอามาบอกคนอื่น เหมือนเวลาคิดอะไรออกแล้วอยากบอกคนอื่น แต่มันก็อาจเกิดขึ้นจากหลายอย่างด้วย ว่าสิ่งที่เราไปรู้มามันมาจากอะไร ผมว่าสารพัดสิ่งในโลกใบนี้มีที่มาที่ไป เช่น ไปคุยกับใครมา รู้สึกยังไงก็บอกคนอื่นได้ อ่านเจออะไรมา เพราะฉะนั้นแรงบันดาลใจมันก็เกิดขึ้นได้จากประสบการณ์ส่วนตัวและสิ่งที่มากระทบกับชีวิตเรา

จริงๆ ผมว่าแรงบันดาลใจทุกคนมีกันนะครับ แค่เขาไม่ได้เล่าต่อหรือเปล่า ไม่แน่ใจ เพราะทุกวันนี้ผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจคำว่า ‘แรงบันดาลใจ’ ว่ามันคืออะไรกันแน่ ผมเข้าใจว่ามันเป็นความ “คัน” คืออะไรที่มันทำให้คนเราคัน แล้วเราก็ลงมือทำ ผมคิดว่าคนทุกคนมีสิ่งที่คัน เพียงแค่เวลาเราคันแล้วเราทำหรือเปล่าก็เท่านั้นเองครับ

 

 

เสน่ห์ของการเขียนหนังสืออยู่ที่ไหน

นิ้วกลม  เสน่ห์ของการเขียนหนังสือในมุมของคนเขียนก็คือ มันเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เรามีความสุข เพราะเวลาที่เราเขียนหนังสือเราได้ใช้เวลาไปกับการทบทวนตัวเอง ทบทวนความคิดแล้วก็มันเป็นช่วงเวลาที่สงบและไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับคนอื่น เพราะฉะนั้นเสน่ห์ของห้วงเวลาในการเขียนมันก็ทำให้เรารู้สึกว่าเราอยากเขียน ถ้าถามผม ผมคิดว่าตัวหนังสือที่มันมีเสน่ห์มันเกิดจากสองอย่าง คือ หนึ่ง ตัวหนังสือที่มันกระทบหัวเรา มันตีหัวเราได้ แบบเห้ย!  ป๊ก! แล้วหัวสั่นจนเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนทัศนคติต่อการใช้ชีวิต สอง คือ มันมีผลกระทบต่อใจเรา คือตัวหนังสือบางตัว หรือว่าบางข้อความ หรือบางบทความที่มันสามารถสั่นสะเทือนหัวใจเราได้ มันทำให้เราใจหวิวได้เวลาอ่าน หรืออาจจะทำให้หัวเราะออกมา ยิ้มออกมา หรือแม้กระทั่งร้องไห้ออกมา คือทำให้มีผลกระทบต่อความรู้สึกเราในแง่ใดแง่หนึ่งที่มันลึกซึ้งและรุนแรง ผมว่าแบบนั้นแหละ คือตัวหนังสือที่มีเสน่ห์

 

การอ่านหนังสือแบบ ดิจิตอล กับ การอ่านแบบรูปเล่มมีเสน่ห์แตกต่างกันอย่างไร

นิ้วกลม  จริงแล้วๆ โดยตัวสื่อเองมันอาจจะเป็นแค่ช่องทาง แต่ว่าธรรมชาติบางอย่างของสื่อมันอาจจะทำให้รูปแบบการอ่านต่างกัน ดิจิตอลด้วยที่อยู่บนอุปกรณ์อิเลคโทรนิคที่มันค่อนข้างฉึบฉับ มันก็มีอะไรมากมายอยู่ในนั้น มีสารพัดแอป สารพัดผู้คน สารพัดสิ่ง ผมว่าธรรมชาติของการอ่านผ่านอุปกรณ์เหล่านี้ มันก็จะเป็นอะไรที่หวือหวา แล้วก็ค่อนข้างเผ็ดร้อน ฉูดฉาด มีสีสัน แต่ว่ามันอาจจะไม่ลึกซึ้ง เพราะฉะนั้นเสน่ห์ของมันก็อาจจะอยู่ตรงที่กระทบความรู้สึกเราได้อย่างรวดเร็ว แต่โดยส่วนตัวผมก็ยังคิดว่าหนังสือที่มันเป็นเล่มๆ ก็ยังเป็นสื่อที่เราสัมผัสได้ด้วยอีกความรู้สึกหนึ่ง เราใช้เวลากับมันมากกว่า เราให้บรรยากาศกับมันมากกว่าด้วย มันจึงมีคุณค่ามากกว่า

 

เคยทราบมาว่า นิ้วกลมเริ่มการเขียนมาจากเฟรนด์ชิป คือยังไง

นิ้วกลม  จริงๆ ผมเป็นพวกชอบเขียนอะไรยาวๆ อยู่แล้ว เวลาที่เพื่อนเขียนเฟรนด์ชิป ผมจะเป็นคนที่ยาวมาก ยาวจนเพื่อนรัก ไม่ว่าเพื่อนสนิทหรือไม่สนิทยังไง ผมก็จะเขียนให้มันยาวไว้ก่อน มันเป็นรสนิยมส่วนตัว ผมไม่คิดว่าเรื่องการเขียนเป็นเรื่องที่สูงส่ง เพราะการเขียนก็คือการสื่อสาร แล้วผมสนุกกับการเขียน เพราะฉะนั้นคนที่สนุกกับการเขียนมันก็เขียนไปได้เรื่อยๆ เขียนบรรยายไปตามลักษณะเพื่อนคนนั้น เพื่อนบางคนถ้ามันกวนเราก็กวนใส่มันทุกบบรรทัด หรือไม่เพื่อนบางคนเรียบร้อยเราก็อาจยั่วยุให้มันเกิดอาการโกรธเราบ้าง ผมว่าการเขียนมันก็มีเอาไว้ใช้แบบนี้ เอาไว้เล่นสนุกกับผู้คนก็เริ่มจากแบบนั้น

 

ถ้าให้ “นิ้วกลม” เปรียบตัวเองเป็นหนังสือ คิดว่าตัวเองเป็นหนังสือแบบไหน

นิ้วกลม  (นิ่งไป 3 วินาที) ตอบยากมากเลยครับ ถ้าเปรียบเป็นหิ้งหนังสือจะง่ายกว่า ผมว่าเปรียบยาก จริงๆ อยากจะเปรียบเป็นแม็กกาซีน แต่ผมคิดว่าก็ไม่ใช่ คือมันยากเหมือนกันเพราะว่าคนเรามันมีมิติเยอะ เวลาที่ผมธรรมะผมก็ธรรมะมากเลยนะ แต่ว่าผมก็ชอบงานดีไซน์ งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ชอบความฉูดฉาดความ ความฉับไว หรือบางทีผมก็ชอบปรัชญา อืม… ยากครับยาก คือมันอาจจะเหมือนถ้าเปรียบง่ายสุดคงเป็นนิยาย (มั้งครับ) คือยังไงชีวิตคนเราก็ยังดำเนินไปเรื่อยๆ ครับ