คิด อ่าน เขียน ฝัน งานอบรม ตัวละคร นักเขียน สถาพรบุ๊คส์ เขียนชีวิต ลิขิตหัวใจ

“คิด อ่าน เขียน ฝัน” ตอน เขียนชีวิต ลิขิตหัวใจ…ให้ตัวละคร

Home / Book Event / “คิด อ่าน เขียน ฝัน” ตอน เขียนชีวิต ลิขิตหัวใจ…ให้ตัวละคร

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 45 ใกล้เข้ามาแล้ว สถาพรบุ๊คส์ร่วมกับกระดาษถนอมสายตากรีนรี้ดจึงปลุกไฟในตัวนักเขียนด้วยงานอบรม “คิด อ่าน เขียน ฝัน” ครั้งที่ 4 ตอน เขียนชีวิต ลิขิตหัวใจ…ให้ตัวละคร โดยได้วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิอย่าง รศ.ดร.คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์ หรือ ว.วินิจฉัยกุล ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. 2547, ยิ่งยศ ปัญญา นักเขียนบทโทรทัศน์รางวัลโทรทัศน์ทองคำ และอมราพร แผ่นดินทอง นักเขียนบทภาพยนตร์ รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติสุพรรณหงส์ทองคำมาร่วมให้ความรู้กับเหล่าคนมีฝัน

ก่อนที่จะเริ่มเสวนา วรพันธ์ โลกิตสถาพร กรรมการผู้จัดการบริษัทสถาพรบุ๊คส์ จำกัด กล่าวถึงภาพรวมของวงการหนังสือเล่มในปี 2560 ว่า “ผมคิดว่าภาพรวมไม่เติบโต แต่จะติดลบเท่าไหร่ไม่สามารถทราบได้ ถ้าหากเศรษฐกิจโต เราก็จะโตตาม รวมถึงภาครัฐจะต้องมีนโยบายที่ส่งเสริมการอ่านด้วย สถาพรบุ๊คส์เองยึดหลัก “เคียงข้างนักเขียน เคียงข้างนักอ่าน” มาโดยตลอด ซึ่งจะมีกิจกรรมที่เสริมสร้างทักษะให้นักเขียนอยู่เสมอและถ้าหากเราเอาความต้องการของนักอ่านมาร่วมด้วย เราจะสร้างผลงานที่ดีอย่างแน่นอน”

วิทยาการในงานนี้มาจากสามแวดวงทั้งนวนิยาย ละครและภาพยนตร์ ว.วินิจฉัยกุล พูดถึงความสำคัญของตัวละครในนวนิยายว่า พลอตกับตัวละครเป็นองค์ประกอบสำคัญ ถ้าเปรียบเป็นบ้าน พลอตคือโครงสร้างบ้านที่จะต้องแข็งแรงได้สัดส่วน ส่วนตัวละครคือความสวยงามของบ้าน วรรณกรรมบางเรื่องเรานึกชื่อเรื่องไม่ออกแต่นึกชื่อตัวละครออก เช่น เดี๋ยวจะต้องกลับไปดู “แม่พลอย” ให้ได้ ตัวละครนั้นจึงเป็นสัญลักษณ์ของเรื่องไปโดยปริยายการสร้างตัวละครจะเป็นด่านสำคัญว่าเรื่องนั้นไปรอดหรือไม่รอด ตัวละครไทยกับฝรั่งไม่เหมือนกัน ฝรั่งจะยกย่องตัวละครที่มีความลึก มีมิติ แต่คนไทยชอบตัวละครแบน ซึ่งฝรั่งยกว่าเป็นตัวละครชั้นสอง ตัวละครที่แบนจะกระทบความสนใจของคนได้มากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าตัวละครนั้นไม่ดี มันต้องมีคุณสมบัติที่ดึงดูดใจด้วย

ว.วินิจฉัยกุลขยายความว่า ตัวละครแบน คือ ตัวละครด้านเดียว จะจบได้ใน 1-2 ประโยค เช่น แม่พลอยเป็นผู้หญิงดีไม่มีที่ติ หรือ ย่าแย้มเป็นคนที่ร้ายสิ้นดี แต่ก็น่าเห็นใจ แต่ตัวละครกลม จะสามารถอธิบายได้เป็นหน้าๆ ว่าตัวละครนั้นมีลักษณะอย่างไร

ด้านยิ่งยศบอกว่า จุดมุ่งหมายของละครก็คือเล่าเรื่องราวของคนและมนุษย์ ต้องแยกคนกับมนุษย์ออกจากกันในระดับมิติพิสุทธิ์ทางด้านหัวใจ การศึกษามนุษย์คนหนึ่งจึงมีความสำคัญยิ่งยวด ผู้เขียนต้องศึกษา เรียนรู้ และเข้าใจ “เริ่มต้นผู้เขียนต้องความเข้าใจในมนุษย์ก่อนและเข้าใจในชิ้นงานเป็นอันดับต่อมาเพื่อนำเสนอต่อคนดู จึงจะเกิดสัมฤทธิ์ผลในบทบาทของการเป็นละคร”

มาฟังในแง่ภาพยนตร์กันบ้าง อมราพรบอกว่า “ในการเซ็ทอัพเรื่องของภาพก็คล้ายๆ อย่างที่อาจารย์ว.วินิจฉัยกุลพูด ยกตัวอย่าง นวนิยาย คือ ตัวละครและพลอต แต่ภาพยนตร์คือ ตัวละครบวกกับสถานการณ์ที่ตัวละครต้องไปเจอ ซึ่งภาพยนตร์จะสนุกตัวละครจะต้องไปเจอ conflict แปลเป็นไทยคือสถานการณ์ที่ไม่ได้ดั่งใจ สิ่งเหล่านี้จะพิสูจน์ธาตุแท้ของคน ในภาพยนตร์จะโยนสิ่งเหล่านี้ไปเพื่อพิสูจน์ใจตัวละคร เพราะฉะนั้นสรุปได้ว่า คนคือจุดเริ่มต้นของการเล่าเรื่องทั้งสามแบบ”

ฟังอย่างนี้แล้วนักเขียนที่กำลังเริ่มต้นงานเขียนก็คงกระจ่างไม่น้อยว่าจะเริ่มที่ตรงไหน ก่อนอื่นเราต้องรู้ว่าจะเล่าเรื่องของใครและเรื่องราวของเขาในแง่ไหนจึงถึงจุดจบ!