ข้อดีของบทกวีที่จะทำให้คุณตกหลุมรักการอ่านกลอนอีกครั้ง

Home / Uncategorized / ข้อดีของบทกวีที่จะทำให้คุณตกหลุมรักการอ่านกลอนอีกครั้ง

          นักอ่านหลายคนมักกลัวบทกวีมากกว่าร้อยแก้ว ถึงแม้จะมีขนาดกะทัดรัดในความหมายและระดับคำน้อยกว่าร้อยแก้ว แต่ด้วยการถ่ายทอดที่เป็นเรื่องนามธรรมและความรู้สึกนึกคิด อาจยากไปสำหรับมือใหม่หรือผู้ที่มีประสบการณ์การอ่านบางคน บทกวีจึงเป็นการอ่านที่มีความท้าทายอีกขั้นหนึ่ง และใช้ความละเอียดถี่ถ้วนในการอ่านอย่างยิ่งยวด
          บทกวีคือของยาก แต่ของยากคือของดีที่บรรจุข้อดีเอาไว้เพียบ มาดูประโยชน์ของบทกลอนที่เมื่อคุณอ่านแล้ว คุณจะหลงรักแบบถอนตัวไม่ขึ้น

          มาร์ทา แคนเทอร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการของสหรัฐอเมริกา ขึ้นกล่าวในงานนิทรรศการศิลปะนักศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการปี พ.ศ. 2555 ว่า
          “ศิลปะอย่างบทกลอนช่วยสอนความคิดและนวัตกรรมให้เด็กเห็นภาพที่ใหญ่ขึ้น ทักษะการอ่านและการตีความบทกวีนำไปสู่การแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์ต่อไปได้ ซึ่งการอ่านและเขียนกลอนขึ้นมาสัก 1 ชิ้น ต้องใช้ความเข้มข้นในอารมณ์ ความอดทน และความเอาใจใส่ในรายละเอียดต่างๆ สูงมาก แต่นั่นถือเป็นการช่วยเพิ่มทักษะการอ่านในหมู่เยาวชนให้คล่องแคล่วมากขึ้น ทั้งเรื่องของคำและความหมายที่ปรากฏในบทกลอน”

          อ่านบทกวีช่วยให้จินตนาการพรั่งพรู
          บทกวีให้ประโยชน์ทางปัญญามากมายแก่ผู้อ่าน หลายครั้งหลายคราวที่นักกวีเลือกใส่ความคิดและความหมายลงไปในคำที่ใช้ในบทกลอน โดยคำเหล่านั้นเป็นภาษาเปรียบเทียบ อุปมาอุปไมย ที่กระตุ้นให้ผู้อ่านเกิดความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ การเปรียบเทียบหลายๆ อย่าง มักนำพาผู้อ่านไปสู่ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจและท้าทายมากกว่า นอกจากนี้คำที่กวีใช้ ผู้อ่านหลายคนอาจไม่เคยมาก่อน และนั่นคือการเพิ่มคลังคำและความหมายให้กับตัวเองในการเขียนและพูดสนทนากับคนอื่น ซึ่งคนที่อ่านหรือเขียนบทกวีมากๆ มักจะไวต่อคำและการใช้ภาษาเหล่านี้มากขึ้น

          อ่านบทกวีทำให้ชีวิตมีชีวิตชีวา
          กวีนิพนธ์ช่วยเพิ่มชีวิตและอารมณ์ให้กับผู้อ่านจริงๆ ตามรายงานของ Telegraph Media Group จากนักวิจัยชาวอังกฤษ มหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล ใช้การสแกนสมองเพื่อวัดการตอบสนองของอาสาสมัครที่อ่านบทวี พบว่า สมองส่วนหนึ่งมีส่วนร่วมในขณะที่อ่านบทกวี โดยเชื่อมโยงเข้ากับ ‘ความทรงจำส่วนตัว’ ซึ่งนั่นบ่งชี้ว่า ผู้อ่านเข้าใจบทกวีได้เป็นอย่างดี ด้วยการเชื่อมโยงเข้ากับประสบการณ์ส่วนตัวจากสิ่งที่พวกเขาได้อ่าน ซึ่งนั่นเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในด้านอารมณ์และจิตใจ ส่งผลให้ผู้อ่านเข้าใจชีวิต และมองโลกได้กว้างขวางมากขึ้น

          อ่านบทกวีมีแต่เห็นอกเห็นใจคนมากขึ้น
          ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นสร้างได้จากบทกวี เพราะในปี 2554 ข่าวจากเว็บไซต์ The Guardian รายงานผลการศึกษาจาก The University at Buffalo (UB) ว่า การที่ผู้อ่านอ่านบทกวีแล้วพาตัวเองเข้าไปผูกติดกับชีวิตตัวละคร หนังสือ และตัวอักษร ทำให้ผู้อ่านมีนิสัยอ่อนโยนและเข้าอกเข้าใจชีวิตคนอื่นมากขึ้น จากกลอนที่พวกเขาได้อ่าน และผลงานวิจัยของศาสตราจารย์ คีท โอ๊คเล่ย์ (Keith Oatley) ในปี 2551 จากมหาวิทยาลัยโตรอนโตก็เช่นเดียวกัน ได้กล่าวไว้ว่า ผู้อ่านกวีนิพนธ์จะมีความคิดและแบ่งปันประสบการณ์บางอย่าง เมื่ออ่านบทกวีจบลง ประสบการณ์เหล่านั้นอาจเป็นความเอาใจใส่คนรอบตัว หรือเข้าใจคนรอบข้างมากขึ้น ซึ่งศาสตราจารย์โอ๊คเล่ย์คิดว่า คือนิมิตหมายอันดีในสังคมที่ผู้อ่านจะนำความคิดเหล่านั้นมาใช้ในชีวิตประจำวัน

          นอกจากจะซาบซึ้งกับคำ ความหมาย และเรื่องราวที่กวีเขียนแล้ว บทกลอนยังช่วยปลุกความคิด จรรโลงจิตใจ เห็นถึงคุณค่าในตัวเองและคนอื่นได้เป็นอย่างดี

          ที่มา : oureverydaylife