‘โตขึ้นจึงรู้ว่า…’ โลกสีเทาสุขปนเศร้าของ ‘คิดมาก’

Home / Editor talk / ‘โตขึ้นจึงรู้ว่า…’ โลกสีเทาสุขปนเศร้าของ ‘คิดมาก’
Kidmakk springbook การอ่าน การใช้ชีวิต ความรัก ความเศร้า คำคม คิดมาก ทวิตเตอร์ บทความ บทสัมภาษณ์ วัยรุ่น ศรศวัส มลสุวรรณ สำนักพิมพ์ สุขปนเศร้า หนังสือ อมรินทร์ อ่านหนังสือ เฟซบุ๊ค เสพติดความเศร้า โตขึ้นจึงรู้ว่า... โลกสีเทา ให้กำลังใจ ไลฟ์สไตล์

          ทุกข์และสุขเป็นของคู่กัน บางวันเราทุกข์แทบตาย แต่อีกวันกลับสุขน่าใจหาย สิ่งที่เข้ามาในชีวิตเหล่านี้ล้วนผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน อย่าไปยึดมั่นถือมั่นเอามาใส่กาย แต่จงมีสติที่พร้อมจะรับมือตลอดเวลา

          ศรศวัส มลสุวรรณ เจ้าของนามปากกา ‘คิดมาก’ เห็นถึงสัจธรรมข้อนี้ แล้วแปลงสัจธรรมเหล่านั้นออกมาเป็นหนังสือในชื่อ ‘โตขึ้นจึงรู้ว่า…’ ที่ได้รับการตอบรับจากนักอ่านอย่างถล่มทลาย ด้วยข้อคิดที่ดีงามต่อจิตใจ และการเขียนที่เข้าถึงหัวอกคนที่ประสบปัญหาอยู่ ทำให้สุดท้ายเราได้กลับมาพิจารณาตัวเองว่า แท้จริงแล้ว ไม่มีอะไรคงอยู่กับเรานาน เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ไม่ต้อง ‘คิดมาก’

          แต่เรานี่สิกลับคิดมากแทนว่า แล้วกว่าจะได้เป็นหนังสือ 1 เล่มอย่าง ‘โตขึ้นจึงรู้ว่า…’ การเดินทางจากความคิดของศรก่อนเรียบเรียงออกมาเป็นตัวอักษรคงสมบุกสมบันไม่น้อย

          book.mthai : ‘โตขึ้นจึงรู้ว่า…’ จะทำให้ผู้อ่านรู้อะไรในชีวิต
          Kidmakk : ‘โตขึ้นจึงรู้ว่า…’ เป็นบทความนำเสนอเรื่องราวและมุมมองที่ผมได้เจอมาตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็ก จนกระทั่งโตขึ้นมา ได้เรียนรู้อะไรต่างๆ มากมาย ทั้งการให้กำลังใจ ความรัก และการใช้ชีวิต ผมจึงเขียนและเรียบเรียงออกมาเป็นลำดับจากสิ่งที่ได้เรียนรู้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกคน และตกผลึกออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ในที่สุด

          book.mthai : แรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือแนวนี้ออกมา
          Kidmakk : ยอมรับว่า ตอนแรกผมไม่ได้ตั้งใจเขียนหนังสือเพื่อเป็นนักเขียน แต่เขียนหนังสือเพื่อเยียวยาความรู้สึกของตัวเอง โดยส่วนตัวแล้ว บุคลิกของผมจะมีสีเทาอยู่นิดๆ คือเป็นคนค่อนข้างมีอารมณ์และความรู้สึกเยอะมากกว่าใคร อ่อนไหวและชอบเสพติดความเศร้า ใครหลายคนมักบอกว่า บุคลิกแบบนี้ต้องป็นคนมีปัญหาชีวิตแน่ๆ เปล่าเลยครับ ไม่ได้มีปัญหาหรือหดหู่อะไรในชีวิตเลย เพียงแต่ถ่ายทอดความรู้สึกจากสิ่งที่เข้ามากระทบใจเท่านั้น และทุกครั้งที่เขียน ในใจก็จะรู้สึกเบาลง

          book.mthai : ไม่มีใครที่ชอบความเศร้า แต่ทำไม ‘คิดมาก’ ถึงเสพติดความเศร้า
          Kidmakk : ผมรู้สึกว่า ความเศร้าเป็นสิ่งสวยงามและจริงมากกว่าความสุข เวลาเศร้าจะรับรู้ถึงอารมณ์และความรู้สึกได้มากกว่า คล้ายมีลูกตุ้มน้ำหนักมาถ่วงในหัวใจ ความสุขเปรียบเหมือนนุ่น เบา รับรู้ และก็ปลิวไปเพียงชั่วครู่ ผมเลยชอบด้านความเศร้าที่มีมุมมองน่าสนใจให้ค้นหาเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเศร้า เพลงเศร้า และหนังเศร้าต่างๆ

          book.mthai : ผลงาน 4 เล่มที่ออกมาก่อนหน้านี้ของ ‘คิดมาก’ ดูเหมือนมีความคล้ายคลึงกันมาก
          Kidmakk : โทนเรื่องคล้ายกัน แต่เรื่องราวและมุมมองในการนำเสนอต่างกัน ผมคิดว่า 5 เล่มนี้เป็นเหมือนบันไดที่จะเดินสำรวจความรู้สึกขั้นต่อไป อย่างเล่มแรก ‘ไม่เอาน่ะอย่าคิดมาก’ เป็นรวมคำคมสั้นๆ ให้กำลังใจที่ตรงเป้าและไม่อารัมภบท พอมาเล่มที่ 2 ‘ถึงอย่างนั้นความรักก็ยังงดงาม’ ก็จะเน้นเรื่องราวของความรักมากขึ้น เล่มที่ 3 ก็จะค่อยๆ ตกผลึกความรู้สึกในด้านตรงข้ามอย่าง ‘ความเศร้า’ และเล่มที่ 4 ‘เศร้าเสียให้พอ แล้วพาชีวิตไปต่อนะ’ ก็จะเป็นบทสรุปของความเศร้าที่ทำให้เราต้องเดินหน้าต่อ และมาสิ้นสุดความรู้สึกที่ขบวน ‘โตขึ้นจึงรู้ว่า…’ ที่เมื่อโตขึ้นจะต้องเจอเรื่องราวอีกมากมาย ไม่ใช่แค่รักและเศร้าเพียงอย่างเดียว ผมเลยนิยามว่า ทั้ง 5 เล่มเป็นซีรีส์หนังสือที่ทำให้รู้เท่าทันความคิดและจิตใจ เพื่อเตรียมรับทุกสถานการณ์ที่จะเข้ามาในชีวิต

          

          book.mthai : เขียนหนังสือแบบนี้ หลายคนกังวลว่า จะหยุดเขียนในสื่อโซเชียลมีเดียไปเลย
          Kidmakk : เคยมีความรู้สึกว่า จะหยุดเขียนทวิตเตอร์ไป เพื่อจริงจังกับการเขียนหนังสือมากขึ้น แต่มีครั้งหนึ่งที่ไปแจกลายเซ็น แล้วเจอคนอ่านที่ติดตามงานเขียนของเราในทวิตเตอร์ อยู่ดีๆ ก็ทักขึ้นมาว่า “เห็นช่วงหลังเขียนน้อยลง” คำพูดเขาเป็นทั้งกำลังใจและเครื่องตอกย้ำว่า ยังมีคนอ่านที่ใช้ช่องทางนี้ในการติดตามผลงานของเรา ทิ้งไม่ได้ ผมเลยต้องเขียนงานในทวิตเตอร์อยู่เพื่อนักอ่านกลุ่มนี้

          book.mthai : หนังสือเล่มต่อไป วางแผนการเขียนไว้แล้วหรือยัง
          Kidmakk : วางแล้วครับ น่าจะออกในช่วงงานสัปดาห์หนังสือเดือนตุลาคม เป็นเล่มใหม่ในสไตล์เดิม แต่เป็นมุมมองที่ต่างออกไป อย่าลืมติดตามกันด้วย และตอนนี้ขอฝากผลงานล่าสุดอย่าง ‘โตขึ้นจึงรู้ว่า…’ ทุกบทเรียนที่ผ่านเข้ามา มีคุณค่าและความหมายกับชีวิตเสมอ เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างมั่นคงและเข้มแข็งต่อไป

          โตขึ้นเราไม่รู้หรอกว่า จะต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่ ‘โตขึ้นจึงรู้ว่า…’ เล่มนี้ ทำให้เรารู้ว่า จะต้องรับมือกับอารมณ์และความรู้สึกที่จะเกิดขึ้นอย่างไร
          มีเล่มนี้อยู่ในมือ พลิกอ่านเลย ไม่ต้องเสียเวลาคิดมากแล้ว

          กด Like ร่วมสนุกกิจกรรมได้ที่เพจ Mthai Book
          และเป็นเจ้าของ ‘โตขึ้นจึงรู้ว่า…’ ได้ที่ store.mbookstore.com