ปาฏิหาริย์แห่งดังเคิร์ก : สงคราม ความสัมพันธ์ และมิตรภาพ

Home / Editor Picks / ปาฏิหาริย์แห่งดังเคิร์ก : สงคราม ความสัมพันธ์ และมิตรภาพ
Dunkirk THE MIRACLE OF DUNKIRK คริสโตเฟอร์ โนแลนด์ ความสัมพันธ์ ดันเคิร์ก นภดล เวชสวัสดิ์ ประวัติศาสตร์ ปาฏิหาริย์แห่งดังเคิร์ก ภาพยนตร์ มิตรภาพ รีวิวหนังสือ วอลเตอร์ ลอร์ด วัยรุ่น สงครามโลกครั้งที่ 2 สำนักพิมพ์ หนังสือ หนังสือน่าอ่าน อ่านหนังสือ เลเจนด์ บุ๊คส์ แนะนำหนังสือ แนะนำหนังสือน่าอ่าน 2017 ไลฟ์สไตล์

          สำนักพิมพ์ : เลเจนด์ บุ๊คส์ จำกัด
          ผู้เขียน : วอลเตอร์ ลอร์ด
          ผู้แปล : นภดล เวชสวัสดิ์

          แค่เห็นหนังสือประวัติศาสตร์ นักอ่านหลายคนคงเบือนหน้าหนี ด้วยเนื้อหาที่หนักอึ้ง ชื่อของคนที่ดูสลับซับซ้อน และไทม์ไลน์เหตุการณ์ที่ยุ่งเหยิง หลายคนจึงพ่ายให้กับหนังสือประเภทนี้ไปโดยศิโรราบ แต่เดี๋ยวก่อน หนังสือที่เรากำลังจะแนะนำต่อไปนี้ บอกได้เลยว่า เป็นประวัติศาสตร์ร่วมสมัยที่อ่านง่าย เข้าใจสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้กระจ่างเป็นอย่างยิ่ง แถมยังเห็นภาพชัดเหมือนผู้อ่านไปสังเกตุการณ์ดูแบบสดๆ พูดเลยว่า ไม่ได้อวย โดยหนังสือประวัติศาสตร์เล่มนี้มีชื่อว่า
‘THE MIRACLE OF DUNKIRK ปาฏิหาริย์แห่งดังเคิร์ก’

          ปาฏิหาริย์แห่งดังเคิร์ก เป็นหนังสือสารคดีประวัติศาสตร์ที่นำเสนอเรื่องราวในยุทธการดังเคิร์ก ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน ค.ศ. 1940 ในขณะนั้นกองกำลังขนาดใหญ่ของสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสถูกล้อมไว้โดยหมู่ยานเกราะเยอรมัน ซึ่งครอบครองอาณาบริเวณตลอดชายฝั่งช่องแคบที่เมืองกาเล่และทางฝ่ายสัมพันธมิตรสามารถอพยพทหารผ่านทางทะเลมาได้ราว 300,000 นาย
          ในห้วงเวลา 10 วันนั้น ฝ่ายสัมพันธมิตรระดมเรือทุกประเภททุกขนาด จากชายฝั่งฝรั่งเศสมายังโดเวอร์ ประเทศอังกฤษ ภายใต้การทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศเยอรมัน และตอร์ปิโดจากเรือเร็วเยอรมัน นี่จึงเป็น ปาฏิหาริย์แห่งดังเคิร์ก ปาฏิหาริย์ที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากความกล้าหาญ สามัคคี ความหวัง และความเสียสละทั้งจากทหารและพลเรือน

          เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเรื่องจริงที่นับได้ว่า ราวกับปาฏิหาริย์ในประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะผลลัพธ์ของปฏิบัติการสามารถพลิกกระดานให้ผู้ที่มีแนวโน้มจะกำชัยเป็นฝ่ายปราชัยได้ กระทั่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้กำกับฝีมือฉกาจอย่าง คริสโตเฟอร์ โนแลนด์ (ผู้กำกับ Batman, Inception, Interstellar) หยิบยกประวัติศาสตร์หน้านี้ไปสร้างเป็นภาพยนตร์ในชื่อ Dunkirk (ดันเคิร์ก) ซึ่งจะเข้าฉายวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 หรือพรุ่งนี้แล้วนั่นเอง



          จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ คือการบรรยายที่ไม่เหมือนใคร เป็นการบรรยายที่สะกดให้ผู้อ่านรู้สึกมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ที่กำลังบรรยายอยู่ โดยผู้เขียนสัมภาษณ์ผู้อยู่ในเหตุการณ์จริงและยังมีชีวิตอยู่ ถ่ายทอดออกมาเป็นถ้อยความ ร้อยเรียงเรื่องราวได้อย่างสละสลวยและมีอรรถรส อีกทั้งยังเพิ่มอรรถรสการอ่านให้มากขึ้นไปอีก ด้วยการแนบแผนที่และรายละเอียดสถานที่ทางประวัติศาสตร์จริง ไว้ในการบรรยายระหว่างหน้าอีกด้วย แล้วจะไม่ให้หนังสือเล่มนี้อ่านง่ายและเห็นภาพชัดได้อย่างไร

          ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น หากใครกังวลว่า ศัพท์แสงทางประวัติศาสตร์ ศัพท์เฉพาะด้านสงคราม หรือศัพท์ที่ถอดออกมาจากภาษาต้นตำรับ จะอ่านแล้วงง ไม่เข้าใจบริบท หายห่วงได้เลย เพราะท้ายหน้ามีเชิงอรรถบอกถึงความหมายของศัพท์นั้นๆ ไว้อย่างครบถ้วน อ่านได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุดอย่างแน่นอน


          หนังสือสารคดีประวัติศาสตร์เล่มนี้ จึงควรค่าแก่การอ่านเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนที่ติดตามความรู้เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 ควรต้องอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างยิ่งยวด เพราะผู้เขียนเป็นถึงนักเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ชั้นครูที่ใครๆ ต่างก็ยอมรับขนาดนี้ ไขความกระจ่างได้เลยว่า ทำไมหนังสือ ‘THE MIRACLE OF DUNKIRK ปาฏิหาริย์แห่งดังเคิร์ก’ ถึงเป็นหนังสือประวัติศาสตร์ร่วมสมัยที่อ่านเข้าใจง่ายที่สุด

          ขอบคุณโปสเตอร์ภาพยนตร์จาก : Major Cineplex